หน้ารวม Review -> Sony


Sony Alpha 380 ขวัญใจ ชาว Live View

Sony Alpha 380 Front View

Sony Alpha 380 Top View
 

คุณสมบัติที่น่าสนใจ

  • ความละเอียด 14.2 ล้านพิกเซล
  • ระบบ Quick AF Live View ที่สามารถใช้งานได้อย่างจริงๆจังๆ โฟกัสเร็ว แม้สิ่งที่เคลื่อนไหว
  • จอภาพที่สามารถปรับ ก้ม/เงยได้ เพื่อการถ่ายภาพในมุมสูง หรือมุมต่ำได้สะดวก
  • กราฟฟิคช่วยการทำงานแบบใหม่ ให้การถ่ายภาพสำหรับมือใหม่ ถ่ายได้ง่ายๆ หร้อมคำอธิบายช่วยเหลือ ภาษาไทย ในเกือบทุกเมนู
  • ระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัวกล้อง SteadyShot INSIDE ช่วยประหยัดการซื้อเลนส์กันสั่นได้ เพราะมีระบบกันสั่นในตัวกล้อง
  • ใช้แฟลช pop-up ควบคุมการทำงานของระบบแฟลชแยกไร้สายได้
  • ปรับรูปลักษณ์ใหม่ สไตล์ทูโทน ดูทันสมัยขึ้นมาก
กระแสในปี 2009 : Sony A380

ที่มา : google trend 2009 (เฉพาะ Thailand)

รูปลักษณ์สวยสะดุดตามากขึ้น

สิ่งแรกที่รู้สึกประทับใจ กับกล้อง Sony Alpha 330 ก็คือ การเลือกใช้พื้นผิวแบบ คล้ายกับเสื้อของ superhero อย่าง สไปเดอร์แมน หรือ ซุปเปอร์แมน ภาคหลังๆ ที่เวลาเข้าไปดูที่ผิวผ้าของ ซุปเปอร์ฮีโรของ hollywood อย่างกับแกะ ก็แหม Sony เขาก็เป็นเจ้าของ ค่ายหนัง Superhero หลายเรื่องอยู่มิใช่หรือ เลยทำให้รู้สึกว่า Alpha 330 นี้ดูเป็นกล้อง Sony เสียที หลังจากที่รุ่นก่อนๆหน้านี้ ยัง ไม่สามารถทิ้ง ความเป็นหมีน้อย หมีใหญ่ ของค่าย Minolta เก่าอยู่ ถ้าหมีจะกลายพันธุ์ได้ ผมว่ามันคงเริ่มจะกลายพันธุ์เอาก็ตอนรุ่น Alpha 230, 330, 380 นี่แหละ และที่รู้สึกว่า เก๋ ไก๋ ตามสไตล์ Sony มากๆ ก็คือ สีแบบทูโทน ผมว่าทำออกมาได้ดีนะ ดูโฉบเฉี่ยว มากกว่าเดิมเยอะ ตรงกับ target มากขึ้น เพราะรูปลักษณ์สไตล์หมีเดิมๆ นั้น บางครั้ง ถ้าคว้ากล้องออกมาถ่ายแถวๆ center point คงต้องแอบๆ ถ่าย อย่างเดียวเพราะกลัวคนเห็นกล้องเชยๆ ในมือ แต่ด้วยรูปลักษณ์ใหม่แบบทูโทนของ A230, A330, A380 นี้ คง กล้าหยิบมาถ่ายสาวแถวๆ siam discovery ได้อย่างสบายใจมากขึ้น ี

Sony Alpha 380 Top Button

ปุ่มเปิด/ปิด ที่เปิด/ปิดได้ด้วยมือเดียว (ซะที)

ใครที่เคยใช้กล้อง Sony Alpha หรือ กล้องตระกูลหมีมาก่อน จะทราบดีว่าปุ่มเปิด จะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ของกล้องเสมอ และเป็นสวิตซ์เลื่อนๆ ซึ่งผมบอกตามความรู้สึกของผมตรงๆเลยว่า เมื่อก่อน ไม่ค่อยอยากจะใช้กล้องหมี ก็เพราะเจ้าปุ่มเปิด/ปิด แบบสวิตซ์เลื่อนนี่แหละ เพราะมันช่างละม้ายคล้ายกับ วิทยุทรานซิสเตอร์แถวบ้านเสียเหลือเกิน ก็ต้องขอชม Sony อย่างจริงใจนะครับว่า ผมขอปรบมืดให้เลยว่า เปลี่ยนมาเป็นปุ่มเปิดปิด ที่ให้ความรู้สึกว่ากำลังใช้งานกล้องอยู่เสียทีก็ดีมากนะครับ อันนี้แอบปรบมือลั่นห้องอยู่คนเดียว พอรู้ว่า Sony Change !! เจ้าสวิตซ์วิทยุทรานซิสเตอร์ออกไปแล้ว (ซะที) ผมรอวันนี้มานานหลายปีมาก ตั้งแต่หมียังเพิ่มเริ่มทำกล้อง DSLR เลยทีเดียว

ได้ใจชาวมือใหม่ไปเต็มๆ

Sony Alpha 380 Graphic ขอบอกๆ ว่างานนี้ มือใหม่ได้เฮเสียงดัง ฟังชัดไปถึงต่อมหมวกไตแน่นอน เพราะกราฟฟิก หน้าจอ การใช้งาน รูปแบบใหม่ ที่ Sony กลั่นกรองออกมาได้แบบที่ สมกับเป็นเจ้าของค่ายหนัง Sony Picture จริงๆ เพราะถ้าทำฉาก CG ในหนังให้น่าตื่นเต้นได้ แค่ทำหน้าจอให้น่าตื่นตาตื่นใจ ทำไมจะทำไม่ได้ ว่าแล้วพี่ Sony ของเราก็เขย่าวงการ มือใหม่ มือเบา มือสาว มือกิ๊ก ที่มือเพิ่งใหม่แกะกล่อง กันทั่วหน้า ด้วยการอธิบายการถ่ายภาพ โดยใช้ GUI : Graphic User Interface แบบใหม่ ที่แม้แต่เด็ก ป.6 มาดูก็เข้าใจได้ง่ายๆ ไม่ต้องเสียเงินซื้อหนังสือ สอนถ่ายภาพสวยด้วยกล้องดิจิตอล ของใครที่ไหนมานั่งอ่าน ก็ถ่ายรูปได้ดังใจนึกแล้ว รู้สึกว่า ถ้าทุกยี่ห้อทำ Interface แบบนี้ออกมากันหมด อีกหน่อย คนเขียนหนังสือเล่มดังกล่าว อาจจะต้องไปหัดสอนปลูกผักสวนครัวแทน ก็เป็นได้ เพราะมันช่วยให้การถ่ายภาพของใครๆ ก็เป็นเรื่องง่าย และสะดวกมากจริงๆ ขอชมจากใจอีกครั้งจริงๆ ว่า ทำได้ดีมากๆ ขอบอก

เอาใจคอ compact เพื่อช่วงชิงเงินในกระเป๋า ให้ก้าวมาสู่ DSLR ตัวแรกเสียที

Sony Alpha 380 Quick AF Live View ด้วยความที่กล้องซีรียส์นี้ เจาะกลุ่มมือใหม่สุดๆ ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่า ถ้าเป็นมือใหม่ กล้อง compact ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ที่คนส่วนใหญ่มองหา แต่เดี๋ยวก่อน ทำไมไม่ลองเหลือบตามาดูเจ้า Sony Alpha 230 , Alpha 330 , Alpha 380 กันก่อนหรือครับพี่น้องครับ ก็การใช้งานแทบจะไม่แตกต่างจากกล้อง compact เลย คุณอยากมองภาพผ่านจอ LCD ใช่มั้ย นี่ไง ระบบ Quick AF Live View ที่ดีที่สุดในตลาดกล้อง DSLR ปัจจุบันนี้ เรียกได้ว่าแทบจะไม่แตกต่างจากกล้อง compact ที่คุณใช้อยู่เลย ไม่มีปัญหาการโฟกัสช้า โฟกัสหวืด เหมือนของค่ายๆอื่นๆ ให้เห็นเวลาใช้งานในระบบ Live View แต่อย่างใด เพราะเอกลักษณ์ของระบบ Live View ของ Sony ก็คือ เขาใช้เซ็นเซอร์แยกต่างหากอีก 1 ตัว เพื่อรองรับการทำงานแบบ Live View โดยเฉพาะ (ค่ายอื่นๆ จะใช้เซ็นเซอร์หลักตัวเดียวกัน กับที่คุณถ่ายภาพในการทำงาน Live View ซึ่งจะมีปัญหาหลัก 2 อย่าง คือ 1). เซ็นเซอร์ถ่ายภาพร้อน ถ้าใช้ระบบ Live View นานๆ 2). มีปัญหาการโฟกัสวัตถุที่เคลื่อนไหวเร็วๆ โฟกัสหวืดได้บ่อย หรือ ช้าไม่ทันท่วงที แต่ของค่าย Sony การโฟกัสจะเป็นไปตามปกติ เหมือนกับตอนที่ไม่ได้ใช้ Live View นอกจากนี้ ตัวสวิตซ์การใช้งาน Live View ก็ออกแบบไว้ดี เป็นปุ่มเฉพาะต่างหาก อยากใช้ตอนไหน มองหาไม่ยาก และการปรับการใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก แค่สับสวิตซ์ไปยังตำแหน่งที่ต้องการ จบ ก็ต้องยกนิ้วให้อีกเช่นกัน สำหรับเรื่อง Live View นี้

จอภาพปรับก้ม/เงยได้

Sony Alpha 380 LCD แน่นอนว่า พอเน้นเรื่องระบบ Live View ก็เลยทำระบบหน้าจอ LCD แบบปรับก้ม/เงย สำหรับถ่ายภาพในมุมสูง หรือมุมต่ำ ได้อย่างง่ายดาย สะดวกมากจริงๆ ช่วยยกระดับความสนุกในการถ่ายภาพด้วยจอ LCD ได้อย่างดี แต่เสียดายอยู่อย่างเดียวว่า ปรับหันซ้าย/ขวาไม่ได้ ซึ่งอาจจะด้อยกว่าคู่แข่งค่ายสีเหลืองอยู่บ้าง ที่สามารถปรับจอหมุนได้รอบทิศทางกว่า แค้ก็ต้องถือว่า ทำได้ดี หรืออย่างน้อย ก็รู้สึกได้ว่าจอที่พับได้นี้ ดูแข็งแรง ไม่หักง่ายๆ แต่ติดอีกเรื่องที่สำคัญเหมือนกัน คือ เนื่องจากจอที่กางออกมาค้างไว้ได้ ทำให้บางครั้งผมเผลอยกกล้องขึ้นมาเล็งที่ช่องมองภาพ ตามความเคยชิน ทั้งๆที่จอ LCD กางค้างอยู่ ผลก็คือ ดั้งจมูกผมยุบไป 2.3 มม. จากการโดนสันจอ LCD ทิ่มจมูกเอาไป 2 รอบภายในวันเดียว แต่ก็อย่างว่า ถ้ามองที่กลุ่มเป้าหมายหลักของกล้องตัวนี้ ที่ถ้าใช้จอ LCD ในระบบ Live View เป็นหลัก ก็คงจะนานๆที ถึงจะยกกล้องขึ้นมาเล็งในช่องมองภาพ คงเน้นดูภาพจากหน้าจอ LCD เป็นหลัก ก็คงไม่เจอปัญหาที่ผมเจอแต่อย่างใด หรือ ความระมัดระวังส่วนบุคคล อาจมีผลต่อปัญหานี้มากกว่ากล้อง ก็เป็นได้ เพราะโดยพื้นฐานผมก็เดินชนโน่น เตะของแตกเป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นที่ตัว user เองด้วย แต่ส่วนหนึ่งก็คงต้องฝาก Sony ทำการบ้านเพิ่มเติมเรื่องนี้ด้วย ก็ดีเหมือนกันครับ อาจเสริมระบบ safety ที่รอบๆขอบจอ LCD อาจจะมีบุยางนิ่มๆ กันกระแทก(จมูก) สำหรับคนเบ๊อะๆ แบบผมบ้าง ก็น่าจะดีไม่น้อย :) แต่ความสะดวกจากจอที่ปรับได้นี้ ต้องขอบอกเลยว่า ไม่ธรรมดาจริงๆ พอกันที สำหรับการนอนราบไปกับพื้น เพียงเพื่อถ่ายเห็ด หรือ ถ่ายดอกไม้ดอกเล็กๆ ติดๆ พื้น หรือ การปีนป่ายถ่ายสิ่งของที่อยู่สูงเกินเอื้อม

ระบบป้องกันการสั่นภายในตัวกล้อง

Sony Alpha 380 SteadyShot INSIDE การมีระบบป้องกันการสั่น หรือจริงๆ ต้องเรียกว่า ระบบชดเชยการสั่นไหว ภายในกล้องนั้น นับเป็นข้อได้เปรียบอันดับต้นๆ ที่ควรพิจารณากล้องรุ่นนี้ (หรือกล้องในลักษณะนี้) เพราะมันจะช่วยประหยัดเงินให้กับคุณได้มาก แทนที่จะต้องซื้อเลนส์กันสั่นทุกๆครั้งที่คุณซื้อเลนส์เพิ่ม แต่ในเมื่อระบบกันสั่นมันอยู่ในตัวกล้องคุณอยู่แล้ว ไม่ว่าคุณจะใช้เลนส์อะไร ก็จะได้ผลดีจากระบบนี้กันถ้วนหน้า (แม้ในทางเทคนิคอาจจะต่างกันไปบ้าง ตามขนาด และลักษณะของเลนส์ก็ตาม) แต่ก็ต้องถือได้ว่า เป็นกำไรส่วนเพิ่ม ให้กับเจ้าของกล้องตัวน้อยนี้ได้กันถ้วนหน้าจริงๆ ก็ฝากไว้ให้พิจารณาในประเด็นนี้กันไว้ด้วยนะครับ เวลาจะเลือกซื้อกล้อง เพราะข้อได้เปรียบอันนี้ ขอบอกว่าเวิร์คมากจริงๆ I love it ! เพราะมันประหยัดเงินให้กับผมมาแล้วจริงๆ ใช้เลนส์ไม่ถึงหมื่น ก็ได้กันสั่น เพราะมันมีอยู่แล้ว !! (ที่กล้อง) ^u^

ไม่มีปุ่มล็อกความจำแสง

สิ่งที่ขาดไปสำหรับกล้องในรุ่นนี้ ก็คือ ปุ่มล็อกความจำแสง ซึ่งจากการสอบถามวิศวกรชาวญี่ปุ่น (ที่มาเมืองไทยพอดี เพราะกล้องรุ่นนี้ ผลิตที่โรงงานที่ จ.อยุธยานี่เอง) ก็ได้คำตอบว่า เขาจงใจเอาปุ่มนี้ออกไปเอง เพราะจากการวิจัยพบว่า มือใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของกล้องรุ่นนี้ แทบไม่เคยใช้ปุ่มนี้กันเลย แถมยังงงๆ ด้วยซ้ำว่า ปุ่มนี้มีเอาไว้ทำอะไร เขาก็เลยเอาปุ่มออกไปเลยดีกว่า คนจะได้ไม่ต้องสงสัยกัน และก็จะได้ตรงตาม concept ของกล้องรุ่นนี้ ที่เขาอยากให้มันใช้งานง่ายๆ มีปุ่มให้น้อยที่สุด จะได้ใช้งานง่าย (สำหรับมือใหม่) มากที่สุด แต่พอมือเก่าเอามาใช้ มันเลยรู้สึกขาดๆ หายๆ หวิวๆ ในอารมณ์อยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะสามารถใช้ปุ่มปรับชดเชยแสง +/- เอาแทนได้ ซึ่งก็ทำได้ดี สำหรับปุ่มนี้ วางได้เหมาะเจาะกับนิ้วหัวแม่มือ กดง่าย ชดเชยง่าย ก็ไม่มีปัญหาสำหรับมือเก๋าแต่อย่างใด แม้จะไม่มีปุ่มล็อกแสงก็ตาม เอาน่า .. ก็เขาทำมาให้มือใหม่ใช้อยู่แล้วนะ มือเก๋าๆ ไปเล่น A700 โน่นไป :)

Made in Thailand สนับสนุนสินค้าไทย

Sony Alpha 380 factory ประการสุดท้าย แม้จะไม่เกี่ยวกับกล้องโดยตรง แต่การที่ได้รับทราบว่า กล้องรุ่นนี้ รวมทั้งซีรีย์สนี้ทั้งหมด คือ A230 , A330, A380 จะปะด้านล่างว่า Made in Thailand เพื่อส่งขายไปทั่วโลก งานนี้ต้องขอบอกจริงๆว่า แอบปลื้มกับแรงงานของพี่น้องชาวอยุธยาจริงๆนะครับ แม้ว่าชิ้นเลนส์ และอุปกรณ์ส่วนใหญ่ ยังคงเป็นชิ้นส่วนนำเข้ามาก็ตาม แต่มือน้อยๆ ที่ใช้ในการผลิตกล้องซีรียส์นี้ ไปสู่มือฝรั่ง มือแขก มือจีน มือญี่ปุ่น มือเกาหลี ฯลฯ กลับเป็นมือของชาวพระนครศรีอยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อนนี่เอง ก็อดเชียร์กล้องไทย ไปกล้องโลก ด้วยนะครับ ^u^

จากใจ นายตากล้อง ถึงผองเพื่อน